วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การบำรุงรักษารอกตกปลา {ภายนอก}

ในเรื่องการบำรุงรักษารอกตกปลานั้น เราสามารถแยกการบำรุงรักษาออกเป็น 3 ระดับ คือ
       1. การทำความสะอาดหลังจากการใช้ (Cleaning)
       2. การถอดประกอบเพื่อทำความสะอาดและหล่อลื่นกลไกภายใน (Reassembly)
       3. การปรับปรุงประสิทธิภาพ เพิ่มสมรรถภาพการทำงาน (tuning)
       ในการทำความสะอาดหลังจากใช้งาน โดยปกติหลังการใช้งานรอกตกปลาทุกครั้ง เราควรทำความสะอาดอุปกรณ์ตกปลาทุกครั้ง เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นให้ยาวนาน และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสำหรับการตกปลาในคราวต่อไป
       จุดที่ควรดูแลรักษาเบื้องต้นหลังจากการใช้งาน คือ

       สภาพภายนอก สะอาดดีหรือไม่หากพบเห็นจุดที่มีฝุ่นเกาะ หรือคราบสกปรก แนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่ หรือน้ำยาล้างจานเจือจาง อุ่นๆเช็ดออก แล้วก็เช็ดด้วยผ้าแห้งอีกสักครั้งก็เพียงพอ จำไว้ว่า ไม่ควรใช้น้ำฉีด และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาใดๆที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะอาจจะทำลายสภาพผิวของอุปกรณ์ตกปลาแสนรักของเราได้



       ชิ้นส่วนที่หมุนและเคลื่อนที่ได้ เช่น แขนหมุน, สปูล, ปุ่มบิดปรับแดรก, ล้อผ่านสาย(สปินนิ่ง) ในจุดที่หมุนได้ เคลื่อนไหวได้ ต่างๆเหล่านี้ ตรวจตรวจสอบดูว่ายังทำงานได้อย่างคล่องแคล่วหรือไม่ มีอาการสะดุด ฝืด ฝืนหรือไม่ หยอดน้ำมันหล่อลื่นเล็กน้อยตรงจุดสัมผัสส่วนหมุน ตรวจดูการทำงานของแดรก(เบรก)เรียบเนียน มีน้ำหนักสม่ำเสมอหรือไม่ หากพบเห็นอาการผิดปกติ ก็ต้องดูในการบำรุงรักษาข้อต่อไป


       ตรวจสอบความแน่นหนาของน๊อตและจุดย้ำต่างๆ ดูด้วยสายตาและสัมผัส ว่าน๊อตเหล่านี้คลายตัวหรือไม่ หากพบเห็นอาการหลวมคลายให้ใช้ไขควงขันกวดแค่พอตึงมือ ในจุดย้ำเช่น ขารอก (เบทฯ) บางรุ่น ให้ลองใช้นิ้วตรวจความโยกคลอน หากพบเห็นความโยกคลอน ก็ต้องทำการย้ำให้แน่น


วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

คุณสมบัติของคันเบ็ด

คุณสมบัติของคันเบ็ด

โดยทั่วไปนักตกปลาจะดูคุณสมบัติของคันเบ็ดในด้านต่างๆเช่น น้ำหนักของคันเบ็ด, ความแข็ง-อ่อน, แรงดีด-แรงงัด, ความไวในการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือน, แล้วก็ความทนทานของคันเบ็ด ซึ่งคุณสมบัติทั้งหลายเหล่านี้ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัยจาก


1. วัสดุหลักที่ใช้ทำคันเบ็ด
2. อุปกรณ์ประกอบต่างๆที่อยู่บนคันเบ็ด
3. มิติของคันเบ็ด



       จากแค่ 3 ส่วนนี้ ก็เพียงพอต่อการบ่งชี้ว่าคันเบ็ดใดมีคุณสมบัติอย่างไร
       1.วัสดุที่นำมาทำคันเบ็ด ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ทำคันเบ็ดถูกคัดสรรปรุงแต่งสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดคันเบ็ดที่มีคุณสมบัติที่ตรงต่อความต้องการของนักตกปลาและตลาด จึงขอยกตัวอย่างโดยสังเขปดังต่อไปนี้
       ไม้ไผ่ ไม้ไผ่แม้นักตกปลาในบ้านเราจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันนักก็ตาม แต่สำหรับนักตกปลาในต่างประเทศ คันไม้ไผ่ก็ยังถือว่าเป็นคันเบ็ดที่มีนักตกปลาบางกลุ่มที่นิยมความคลาสสิคเล่นกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกตกด้วยชุดฟลาย
       คันไม้ไผ่ เป็นคันที่มีความขลังในตัว เป็นดนตรีก็เทียบกับฟังเพลงจากวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า เต็มวง
       แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของคันไม้ไผ่ก็คือ ต้องการการดูแลอยู่พอสมควร การจัดเก็บก็ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรงมาก เช่น ไม่ปะทะกับแสงแดดโดยตรง ไม่ชื้นจนเกินไป แล้วต้องไม่วางพิงกับผนังไว้นานๆอย่างเด็ดขาด เพราะคันเบ็ดจะโค้งงอตามแนวที่วางพิง
       ไฟเบอร์ กลาส เมื่อช่วงการพัฒนาการทางเคมีภัณฑ์และความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุสังเคราะห์เป็นไปด้วยดี ในช่วงนี้ผู้พัฒนาคันเบ็ดก็ได้รู้จักกับวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติที่เสถียรกว่าวัสดุธรรมชาติ แรงดีดแรงงัดก็มีความสม่ำเสมอในทุกๆชิ้นในสายการผลิต
       คันไฟเบอร์ กลาส ถือเป็นคันที่มีประสิทธิภาพรอบด้านในยุคสมัยนั้น แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน คันไฟเบอร์ กลาส กลับมีข้อจำกัดตรงที่มีน้ำหนักมาก ความไวในการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความเหนียวทนทานของไฟเบอร์ กลาส ก็ทำให้เหมาะกับงานสำหรับตกปลาด้วยเหยื่อปลอมขนาดเล็กๆ เช่น ปลาเทร้า ซึ่งสำหรับผม ผมมักจะใช้คันไฟเบอร์ กลาสสำหรับงานสายเล็ก พวก 3-4 ปอนด์สำหรับตกปลากล็ดด้วยทุ่นชิงหลิว (หรือบางทีก็เอาไปตกปลากะพงบ่อเหมือนกัน)
       กราไฟท์ ยุคต่อมาการพัฒนาการด้านเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ดีขึ้น สามารถประสานกราไฟท์ให้ได้เป็นเส้นใย และนำมาทอเป็นผืน แล้วนำมาม้วนรอบแกนแล้วประสานด้วยกาวให้อยู่ตัว คันกราไฟท์ก็ถือกำเนิดขึ้น
       ข้อดีของวัสดุกราไฟท์คือเบา และมีแรงดีดดี และเมื่อนักประดิษฐ์ได้ลองถักทอแผ่นกราไฟท์ด้วยโครงสร้างที่ต่างกันก็เกิดคุณสมบัติของคันเบ็ดที่แตกต่างออกไป แต่ข้อจำกัดของกราไฟท์ก็คือ เป็นวัสดุที่เปราะบาง และเป็นสื่อไฟฟ้า เคยมีกรณีฟ้าผ่าลงคันเบ็ดมาแล้วหลายหน และในที่สุดก็ได้มีการผสมข้ามวัสดุกันระหว่างกราไฟท์ กับไฟเบอร์กลาส ก็ทำให้ได้วัสดุทำคันที่สนองต่อการตลาดมากขึ้น
       คาร์บอนไฟเบอร์ และเมื่อสามารถนำธาตุกราไฟท์มาถักทอเป็นแผ่นผืนได้ หลังจากนั้นก็ไ้ด้มีการศึกษานำเอาวัตถุธาตุอื่นๆมาทอประสานกัน คาร์บอน ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุธาตุที่ได้รับการพัฒนามาจนเป็นคันเบ็ด เช่นเดียวกันกับวัตถุธาตุอื่นๆ เช่น โบรอน เป็นต้น
       ข้อดีของ วัตุธาตุพิเศษเหล่านี้คือ นักประดิษฐ์ได้คัดสรรนำธาตุที่มีความแกร่งและหยืดหยุ่นสูงมาประกอบ อีกทั้งยังมีความเบาเป็นพิเศษ แต่ข้อจำกัดของวัสดุใหม่ๆเหล่านี้คือ ราคาที่สูง เพราะวัสดุเหล่านี้ ยังมีการศึกษาพัฒนาคุณสมบัติอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกว่า
       2. อุปกรณ์ประกอบต่างๆที่อยู่บนคันเบ็ด นอกจากปัจจัยด้านวัสดุและโครงสร้างการประสานของวัสดุที่นำมาสร้างเป็นคันเบ็ดแล้ว อุปกรณ์ประกอบต่างๆบนคันเบ็ด ก็ล้วนแต่ส่งผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดทั้งสิ้น เช่น
       รีลซีท หรือที่เรียกว่าตัวยึดขารอก ความสำคัญของรีลซีทนี่แทบจะเป็นตัวกำหนดประเภทของคันนั้นๆ ว่าจะเป็นคันสำหรับ สปินนิ่ง, คาสติ้ง, ทรอลลิ่ง ฯลฯ
       วัสดุที่ใช้ทำรีลซีทก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ก๊อก อลูมิเนียม พลาสติก แต่ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นรีลซีทที่ทำจากกราไฟท์ เนื่องจากมีความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังมีรูปทรงที่หลากหลายไว้สนองต่อความต้องการอีกด้วย
       ไกด์ หรือว่าห่วงนำสายเบ็ด นี่ก็เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดเป็นอย่างมาก นอกจากไกด์จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าไกด์แบบใดเมื่อติดตั้งไปบนคันใดแล้ว คันเบ็ดนั้นก็เหมาะสมจะใช้กับอุปกรณ์ประเภทใด ดีไซน์ของไกด์ก็ยังมีส่วนต่อประสิทธิภาพของคันเบ็ดนั้นๆอีกด้วย
       วงแหวนส่วนที่สัมผัสกับสายเบ็ดก็มีความสำคัญเช่นกัน วัสดุที่ใช้ทำวงแหวนต้องเหมาะต่อสายเบ็ดที่จะใช้งานด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คงต้องยกให้ ซิลิคอน คาร์ไบด์ ว่าเหมาะสมต่อสายเบ็ดเกือบทุกประเภท
       ตำแหน่งของไกด์แต่ละตัว มีความสำคัญต่อการส่งถ่ายพลังของคันอย่างถึงที่สุดด้วย
       เพราะฉะนั้น ประเภทของไกด์ที่เหมาะสม วางบนตำแหน่งที่เหมาะสม แม้แต่คันที่ทำจากวัสดุธรรมดาๆก็กลายเป็นสุดยอดคันเบ็ดได้
การวางไกด์อย่างสไปรอน ว่ากันว่าจะช่วยให้คันแสดงประสิธิภาพสูงสุด
       3. มิติของคันเบ็ด ไม่ว่าจะเป็นความยาว อัตราเรียว ลำหักลำโค่น เหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อคุณสมบัติของคันเบ็ดโดยตรง เช่น สมมติเงื่อนไขว่าตัวแปรอื่นๆอยู่บนค่าเดียวกัน คันที่ยาวก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะส่งเหยื่อไปได้ไกลกว่าคันสั้น แต่คันที่ยาวกว่าก็จะเก้งก้างไม่เหมาะสมต่อพื้นที่ที่มีอุปสรรคกีดขวาง หรือคันที่อวบโตและหนากว่าก็ย่อมจะแข็งกว่าคันที่เพียวเรียวกว่า แต่ในขณะเดียวกันคันที่อวบหนากว่าก็ย่อมจะมีน้ำหนักมากกว่า หรือคันที่สร้างจะวัสดุที่ดีกว่าและผ่านกระบวนการที่ประณีตย่อมมีประสิทธิภาพและคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อความต้องการมากกว่า แต่ก็จะมีราคาที่สูงกว่า อย่างนี้เป็นต้น




       นอกจากมิติที่มองเปรียบเทียบได้ด้วยสายเปล่าอย่างที่กล่าวไปแล้ว แอคชั่นของคันก็ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่นักตกปลาจะต้องนำมาประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้คันเบ็ดหนึ่งๆด้วย
       คันที่มีแอคชั่นแข็ง ก็เหมาะต่อการส่งเหยื่อที่มีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็จะส่งผ่านการรับรู้แรงสั่นสะเทือนด้อยกว่าคันที่มีแอคชั่นอ่อน
       อนึ่ง แรงดีดแรงงัดของคัน ก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่ก็สำคัญไม่แพ้กันเช่นกัน
       คันที่มีพาวเวอร์สูงๆ ก็เหมาะที่จะใช้กับสายที่มีความทนแรงดึงสูงๆ แต่ก้ไม่เหมาะกับสายที่มีแรงยืดตัวต่ำๆ(ในกรณีนี้แก้ด้วยการใช้ช็อค ลีดเดอร์)
       ส่วนคันที่มีพาวเวอร์ไม่มาก ก็เหมาะกับสายที่มีความทนแรงดึงน้อยๆ เพราะคันจะเป็นตัวซับแรงกระชากได้ดี

คันเบ็ดตกปลา

คันเบ็ดตกปลา

เมื่ออุปกรณ์ม้วนเก็บสายเบ็ดหรือว่ารอกได้รับการพัฒนารูปทรงไปแล้ว คันเบ็ดก็ได้รับการพัฒนาอย่างควบคู่กับรอกไปด้วยกัน จึงทำให้คันเบ็ดมีความแตกต่างอย่างมากมายในปัจจุบัน ซึ่งแยกออกชัดๆได้ดังนี้
       คันชิงหลิว คันเบ็ดแบบนี้คงสภาพของคันเบ็ดสมัยแรกเริ่มไว้เกือบครบถ้วน เพียงแต่ได้รับการพัฒนาการทางงานวัสดุเข้าไป ในปัจจุบัน คันชิงหลิวนี้ได้รับการพัฒนาไปมาก ทำให้คันเบ็ดเหล่านี้ สามารถตกปลาขนาดใหญ่ๆได้ โดยที่คันเบ็ดเรียวบางและเบามากขึ้น


       คันฟลาย รอกเก็บสายในยุคแรกๆ เป็นอุปกรณ์เก็บสายเบ็ดแบบเรียบง่าย พอได้รับการใส่ขารอกและแขนหมุนเข้าไป รอกฟลายก็ได้ถือกำเนิดขึ้น และพร้อมกันนั้น คันฟลาย อุบัติขึ้นพร้อมๆกัน
       แม้กระทั่งในปัจจุบัน คันฟลายก็ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ได้มาก ไกด์แบบโครงลวด ที่ยึดรอกแบบแหวนปล่าวๆที่ไม่ต้องใช้เกลียว ก็ยังพบว่าเป็นส่วนประกอบของคันฟลายในปัจจุบันอยู่หลายๆรุ่น
       คันคาสติ้ง และเมื่อรอกตกปลาได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีก โดยมีการประดิษฐ์เฟืองทดรอบเพื่อช่วยให้การเก็บสายทำได้สะดวกขึ้น จุสายได้มากขึ้น ไกเหนี่ยวเพื่อช่วยในการยึดจับจึงเกิดขึ้น แล้วก็กลายเป็นคันคาสติ้งประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคันสำหรับรอกเบทคาสติ้ง หรือคันสำหรับรอกสปินคาสติ้ง
       คันสปินนิ่ง ต่อมาเมื่อรอกได้ถูกประดิษฐ์ให้มีขาที่ยื่นแกนของหลอดเก็บสายให้ห่างออกมาจากแนวของคันเบ็ดแล้ว ไกเหนี่ยวที่ใช้ช่วยยึดจับจึงหมดความจำเป็นไป แต่ไกด์ต้องยึดตัวออกมารับแนวสายที่ห่างออกมาจากแนวคันมากขึ้น ตอนนั้นคันสปินนิ่งก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
       คันเซิร์ฟ แล้วเมื่ออยากที่จะส่งเหยื่อให้ไกลออกไปอีก คันที่มีขนาดยาว รวมถึงด้ามที่มีขนาดยาว ก็เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการนี้ คันแบบนี้เรียกกันว่า คันเซิร์ฟ ครับ
       คันเซิร์ฟนี้ มีทั้งแบบที่ใช้กับรอกสปินนิ่ง และรอกเบทคาสติ้งครับ
       คันไอซ์ฟิชชิ่ง แต่ใช่ว่าจะผลิตแต่เพียงคันเบ็ดที่ยาวๆเพื่อให้ส่งเหยื่อออกไปไกลๆเท่านั้น ยังมีคันบางประเภท ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสั้นๆ โดยมากจะยาวไม่เกิน 3 ฟุต เพื่อใช้ในการที่ไม่ต้องส่งเหยื่อออกไปไกล แต่ต้องการใช้สำหรับหย่อนเหยื่อลงในแนวดิ่งบนพื้นที่แคบๆอย่างเช่น รูที่ขุดบนผิวทะเลสาบที่แข็งแล้ว
       แน่นอนว่า คันเบ็ดแบบนี้ มีทั้งสำหรับรอกสปินนิ่ง และรอกเบทคาสติ้งเช่นกัน
       คันทรอลลิ่ง คันบางคันถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรง ดูบึกบึน ไกด์ หรือขายึดรอกต้องใหญ่และแข็งแรง เพื่อใช้กับงานหนักๆ เช่นไว้ลากเหยื่อตัวใหญ่ๆสำหรับปลาตัวโตๆในทะเล ซึ่งปลาบางตัวอาจหนักเป็น 100 กิโลกรัม!!!
       คันสแตนด์ อัพ คันแบบนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตกบนเรือที่มีคนตกปลาในทะเลพร้อมกันทีเดียวมากๆ คันที่ยาวเก้งก้างอาจเป็นอุปสรรคให้ฅนรอบข้างได้ คันแบบนี้จึงได้ถูกพัฒนาขึ้น
       ลักษณะของคันแบบนี้จะมีความยาวไม่มาก แต่มีด้ามมือจับที่ค่อนข้างยาว เพื่อให้นักตกปลาได้ทดแรงตอนสู้ปลา แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก
       คันจิ๊กกิ้ง ต่อมาเมื่อสายเบ็ดได้รับการพัฒนาให้มีความทนแรงดึงสูงขึ้น รอกตกปลามีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้กับปลาใหญ่ๆได้มั่นใจขึ้น คันเบ็ดก็ได้รับการพัฒนาขึ้นตาม
       คันจิ๊กกิ้ง ถือเป็นคันเบ็ดสมัยใหม่ที่ยังมีพัฒนาการอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเทคนิคการกลับไกด์ตัวใกล้รอกสำหรับคันประเภทสปินนิ่งเพื่อเลี่ยงปัญหาสายไปพันกับไกด์ เป็นต้น


คุณสมบัติของรอกตกปลา

คุณสมบัติของรอกตกปลา

คุณสมบัติที่ดีของรอกที่นักตกปลาต้องการมีอยู่หลายๆด้าน แต่ก็จะฃอพูดถึงแต่ด้านที่สำคัญๆ ไว้ในกรณีประกอบการตัดสินใจเลือกใช้รอกตัวหนึ่งๆ โดยส่วนตัวแล้วผมดูจากคุณสมบัติด้านต่างๆดังต่อไปนี้
       ความแข็งแรงและความราบรื่น รอกตกปลาเป็นอุปกรณ์ที่มีกลไกซับซ้อนอยู่พอควร มีการส่งถ่ายกำลังผ่านเฟืองนั้นส่งต่อไปเฟืองนี้อยู่ตลอดการใช้งาน ส่วนสายเบ็ดในปัจจุบันก็มีความทนแรงดึงที่สูงขึ้น อีกทั้งบางทีต้องทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการผุกร่อน เช่น ใช้งานในทะเล ตากแดด เปียกฝน ฯลฯ ดังนั้นรอกที่ดีจะต้องมีความทนทานต่อเงื่อนไขทั้งหลายเหล่านี้
       ปัจจัยที่สำคัญต่อความแข็งแรงทนทานก็คือ สร้างจากวัสดุที่เหมาะสม แต่นักตกปลาต้องมีความเข้าในข้อดีข้อจำกัดของวัสดุอยู่บ้าง เช่น เฟืองที่ทำจากแสตนเลสแข็งแรงดี แต่ก็มีข้อจำกัดในด้านความนิ่มนวลขณะใช้งานและมีน้ำหนักมาก หรือ เฟืองทองเหลืองใช้งานได้นิ่มนวลดี แต่ก็มีข้อจำกัดด้านน้ำหนักและความแข็งแรง หรือเฟืองที่ทำจากวัสดุพิเศษ เช่น แมกนีเซียมผสม มีความเบา แต่ก็ผุกร่อนได้ง่าย
       นอกจากเฟือง กลไกอื่นๆอย่างเช่น ตัวเกลี่ยสายทนทานต่อการเสียดสีของสายเบ็ดที่เป็นสายถักได้ดีหรือไม่ หรือขารอกสปินนิ่งสามารถทนแรงเบรกสูงสุดของรอกได้หรือไม่ เป็นต้น
       น้ำหนัก ในเกมส์บางเกมส์ของการตกปลา น้ำหนักของรอกก็เป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจเช่นกัน เช่น ในการตกปลาด้วยเหยื่อปลอมนั้น นักตกปลาต้องถือชุดอุปกรณ์ตกปลาอยู่ตลอดการใช้งาน น้ำหนักที่มากกว่าจะสร้างความล้าให้กับนักตกปลา และจะทำให้ความเบื่อมาเบียดเบียนความสุข แต่อย่างกับบางเกมส์ เช่น ทรอลลิ่ง น้ำหนักของชุดอุปกรณ์จะไม่ค่อยเป็นภาระนักขณะที่รอปลาเข้าชาร์จเพราะกระบอกปักคันจะเป็นตัวช่วยรับภาระนั้นไว้แทน
       เบรกและความเรียบเนียน นักตกปลาควรเข้าการทำงานของเบรกในรอกตกปลาเสียก่อนว่า ระบบเบรกเกือบทั้งหมดของรอกตกปลา จะประกอบด้วยแผ่นโลหะ และแผ่นอโลหะ ทำงานร่วมกัน โดยแผ่นโลหะจะยึดล็อคกับชิ้นส่วนอื่น แล้วแผ่นอโลหะจะลอยตัวเป็นอิสระ แล้วใส่แรงบีบแผ่นเบรกทั้งสองชนิดนี้เข้าหากัน เกิดแรงฝืดจากห้องเบรกที่ส่งต่อไปยังแกนแล้วถ่ายแรงฝืดนี้ไปถึงสปูลของรอก แล้วกลายเป็นแรงต้านเมื่อปลาลากสายเบ็ดออกจากสปูล
       เบรกที่ดี การทำงานของเบรกก็จะต้องมีความเนียน คือมีอัตราความฝืดในการจ่ายสายอย่างสม่ำเสมอ ไม่กระตุก ไม่ลื่นไถล และที่สำคัญจะต้องไม่ล็อค ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาการผิดปกติ
       อะไหล่ รอกตกปลาก็เหมือนกับเครื่องยนต์กลไกอื่นๆที่ถึงแม้จะดูแลดีอย่างไรก็ตาม ก็จะมีโอกาสสึกหรอเสียหายได้ ดังนั้นรอกตกปลาที่ดี ควรจะมีอะไหล่ไว้บริการหลังการขายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่สำคัญๆ อย่าให้รอกตกปลาของเรากลายเป็นที่ทับกระดาษไปเพราะขาดเพียงอะไหล่ชิ้นเล็กๆนิดเดียว


      

รอกตกปลา

รอกตกปลา...
ม้วนเก็บสายเบ็ดอุปกรณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความต้องการจะส่งเหยื่อออกไปให้ไกลกว่าแค่ผูกสายเบ็ดเข้ากับที่ปลายคัน ณ.ถึงตอนนี้ผมยังค่อนข้างสงสัยว่า คันเบ็ดกับรอกนี้อย่างไหนเกิดก่อนกันแน่ แต่ที่แน่ๆในวันนี้ อุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ทำงานด้วยกันอย่างเข้ากันได้ดีอย่างที่สุด

       ในยุคแรกเริ่มรอกตกปลาน่าจะมีลักษณะแบบง่ายๆ แค่เป็นที่ม้วนเก็บสายเบ็ดที่ร้อยสายเบ็ดผ่านไกด์ที่อยู่บนคันเบ็ดก่อน แล้วก็ได้รับการประดิษฐ์ตัวยึดติดเข้ากับคันเบ็ดตามมาทีหลัง หน้าตาคงคล้ายกับ รอกฟลาย หรือรอกอัลวี่ คือเป็นแบบที่ไม่มีกลไกซับซ้อน
       ต่อมา เพื่อให้การกรอเก็บสายเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น รอกที่มีเฟืองทดก็ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้น มีการขยายหน้ากว้างของหลอดเก็บสายออกเพื่อให้จุสายเบ็ดได้มากขึ้น แล้วเมื่อหล้าหลอดเก็บสายกว้างขึ้น ตัวเกลี่ยสายก็ถูกคิดค้นขึ้น แล้วท้ายสุดระบบฟรีหลอดเก็บสาย และระบบเบรกก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมา จนกระทั่งปัจจุบันระบบหน่วงหลอดเก็บสายก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากแม่เหล็กไปจนถึงระบบอิเลคทรอนิค
       วัสดุที่ใช้ทำตัวรอกนี้ก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไม้ในยุคแรกเริ่ม เหล็ก อลูมิเนียม แบ็กกาไลท์ กราไฟท์ จนกระทั้งในสมัยนี้ใช้แมกนีเซียม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบาของรอกตกปลานั้นเอง
       แล้วเมื่อการดีไซน์รอกตกปลามีการพัฒนาการของรูปทรงไปมากขึ้น การตกผลึกของรูปแบบก็เกิดขึ้น เิกิดเป็นคุณสมบัติเฉพาะของรอกแต่ประเภทไป
       รอกฟลาย สำหรับนักตกปลาที่นิยมความคลาสสิค ค้นหาความดั้งเดิมและเรียบง่าย รอกฟลายนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดี แต่กระนั้นรอกฟลายก็ไม่ใช่รอกที่เย็นชืดขาดการพัฒนาการ รอกฟลายในปัจจุบันก็ยังได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเรื่องวัสดุที่ใช้สร้างทำ จนถึงกระทั้งกลไกที่ดูเหมือนเรียบง่าย ที่น่าจะลงตัวมาตั้งนานแล้ว แต่ในความเป็นจริง กลไกรอกฟลายก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงมาอยู่เรื่อยๆ เช่น ระบบเบรกที่เพิ่มเข้ามา เป็นต้น
       ข้อจำกัดของรอกฟลาย โดยตัวรอกเองแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นความต้องการพิเศษที่แตกต่างไปจากรอกตกปลาประเภทอื่นๆ แต่วิธีการใช้ตกปลาของอุปกรณ์ประเภทนี้ นักตกปลาจะต้องดูแลสายฟาดของฟลายมากกว่าการดูแลสายเบ็ดธรรมดาๆ อีกทั้งวิธีการส่งเหยื่อออกไปก็ต้องการทักษะที่แตกต่างไปจากการตกปลาประเภทอื่นๆด้วย
       รอกอัลวี่ เป็นรอกอีกหนึ่งตัวที่อยู่ในตระกูลรอกดั้งเดิม ได้รับความนิยมในแถบทวีปออสเตรเลีย ใช้ตกปลาชายฝั่งเสียเป็นโดยมาก หน้าตาและรูปทรงคล้ายกับรอกฟลาย แต่ความแตกต่างของรอกอัลวี่กับรอกฟลายคือ ที่ขารอกอัลวี่ จะสามารถบิดหมุนได้ 90 องศา ทั้งนี้เพื่อให้สายไหลพุ่งออกจากทางด้านข้างของรอกในตอนที่ส่งเหยื่อออกไป
       ข้อจำกัดของรอกอัลวี่ เนื่องจากว่าเป็นรอกที่นิยมเฉพาะถิ่น จึงไม่ง่ายที่จะหาซื้อได้ทั่วไปในบ้านเรา อาจจะสั่งซื้อได้ทางอินเตอร์เน็ทนี้ แต่ก็จะไม่ค่อยได้เห็นคนอื่นใช้มากนัก
       เมื่อหลอดเก็บสายได้รับการขยายให้มีหน้ากว้างมากขึ้น ได้รับการติดตั้งกลไกทดรอบเก็บสาย มีการประดิษฐ์ตัวเกลี่ยสาย แล้วก็มีเบรก รอกขวางแบบนี้ก็ถือกำเนิดขึ้น รอกขวางแบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆก็คือ รอกสำหรับการเหวี่ยง หรือที่เรียกกันว่า รอกเบท คาสติ้ง กับรอกที่เหมาะกับงานหนักๆสำหรับการลากเหยื่อ หรือที่เรียกกันว่า รอกทรอลลิ่ง
       รอกเบท คาสติ้ง เป็นรอกที่เหมาะต่อการส่งเหยื่อออกไปด้วยการเหวี่ยง ความแตกต่างระหว่างรอกเบทฯกับรอกทรอลลิ่งในจุดที่เห็นได้ชัดก็คือ มีระบบหน่วงหลอดเก็บสายในขณะเหวี่ยงเหยื่อ
       ระบบหน่วงในปัจจุบันนี้ ก็แยกออกเป็น หน่วงด้วยแรงหนีศูนย์ หน่วงด้วยแรงแม่เหล็ก แล้วระบบหน่วงด้วยแรงแม่เหล็กก็ยังพัฒนาแตกออกเป็น 2 อย่างอีกคือ ปรับแรงหน่วงด้วยแรงหนีศูนย์(ไดว่า) กับปรับแรงหน่วงด้วยระบบอิเลคทรอนิค
       นอกจากนี้ในเรื่องของรูปทรง รอกเบทฯก็ยังแยกออกเป็น 2  แบบอีก เช่นอย่างที่เห็นในภาพนี้ เป็นรอกแบบกลม แบบคลาสสิค
       อีกรูปทรงหนึ่งที่นิยมก็คือ รอกเบทฯทรงโครงต่ำ หรือที่เรียกว่ารอกโลว์-โปรไฟล์ รอกแบบนี้เป็นรอกที่ดูทันสมัย
       และด้วยความที่รอกเบทฯ เป็นรอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จึงเป็นรอกที่มีตัวเลือกที่หลากหลายในตลาด มีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยไปจนถึงเป็นหมื่น
       ข้อจำกัดของรอกเบทฯ คือ เป็นรอกที่ต้องใช้ทักษะในการส่งเหยื่ออยู่พอสมควร

       รอกทรอลลิ่ง เป็นรอกที่ถูกสร้างมาเพื่อการลากเหยื่อในตอนแรก แต่เมื่อการตกปลามีรูปแบบที่เปลี่ยนไป รอกทรอลลิ่งก็มีวัตถุประสงค์ที่เปิดกว้างมากขึ้น คือไม่ได้ใช้เพียงการลากเหยื่อแต่เพียงอย่างเดียว
       จุดเด่นของรอกทรอลลิ่งก็คงเป็นเรื่องของความแข็งแรง เหมาะต่อการปะทะกับปลาตัวใหญ่ๆ ใช้สายที่มีความทนแรงดึงสูงๆ
       แต่ในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาการของสายเบ็ดที่ทำให้สายเบ็ดมีความทนแรงดึงสูงขึ้น รอกขวางที่แข็งแรงมากๆแบบรอกทรอลลิ่งก็มีขนาดเล็กลง และได้รับการติดตั้งระบบหน่วงหลอดเก็บสายเข้าไปด้วย
       ระบบเบรกของรอกทรอลลิ่ง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เบรกแบบสตาร์แดรก(ด้านซ้ายของรูป) และเบรกแบบลีเวอร์ แดรก(ด้านขวาของรูป) ข้อแตกต่างของเบรกทั้ง 2 ระบบก็คือ จำนวนและขนาดของแผ่นเบรกดังที่เห็นในภาพ
       ข้อจำกัดของรอกทรอลลิ่ง ด้วยความที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นรอกที่ต้องปะทะกับเกมส์หนักๆ นักตกปลาจึงควรศึกษาให้ดีว่ารอกที่เลือกนั้น เป็นรอกที่มีความแข็งแรงและยืนระยะได้เพียงพอต่อเกมส์ที่จะใช้สู้
       รอกอีกจำพวกหนึ่ง คือรอกมีที่ทิศทางเก็บสายทำมุม 90 องศากับทิศทางการหมุนมือหมุน ซึ่งได้แก่รอกสปินคาสติ้ง กับรอกสปินนิ่ง       
       รอกสปินคาสติ้ง นี่เป็นรอกอีกชนิดหนึ่งที่นักตกปลาบ้านเราไม่ค่อยจะคุ้นชินนัก แต่กับเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักยิงปลาในบ้านเรา ที่จริงพวกฝรั่งมะริกันนิยมให้เด็กๆของพวกเค้าเริ่มต้นตกปลาจากรอกแบบนี้ แต่กระนั้นรอกแบบนี้ก็ไม่ใช่เป็นแค่รอกที่นิยมใช้ในพวกเด็กๆเท่านั้น มีรอกสปินคาสติ้งที่ผลิตมาเพื่อผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
       ข้อจำกัดของรอกสปินคาสติ้ง เพราะว่าไม่ใช่เป็นรอกที่นิยมในบ้านเรา จึงมีตัวเลือกในตลาดไม่ค่อยมากนัก อีกปัญหาที่พบอยู่บ้างก็คือสายพันกันในฝาครอบ
       รอกสปินนิ่ง หนึ่งในบรรดารอกยอดนิยมของนักตกปลาทั้งโลก มีตัวเลือกหลากหลายที่สุด มีตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท ไปจนถึงหลายหมื่นบาท เป็นรอกที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่หยุดยั้ง อย่างที่เห็นในภาพ เป็นรอกสปินนิ่งในแบบดั้งเดิม คือตัวสปูลจะยื่นเข้า-ออกภายในตัวรอก ซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมในปัจจุบัน
       นอกจากนี้ ระบบเบรกก็ยังมี 2 แบบใหญ่ๆในปัจจุบัน คือ เบรกปรับด้านหน้า จะมีตัวบิดปรับเบรกอยู่ด้านหน้าของตัวรอกดังในรูป รอกแบบนี้มีให้เลือกมากแบบที่สุดในตลาด มีตั้งแต่ใช้กับสายเล็กๆ ไปจนถึงสายขนาดใหญ่ๆ ในทุกระดับราคาให้นักตกปลาได้ใช้กัน
       รอกเบรกท้าย จากในรูปจะเห็นได้ว่ามีปุ่มหมุนปรับเบรกอยู่ที่ส่วนท้ายของรอก เบรกแบบนี้เหมาะกับเกมส์ที่ไม่หนักหน่วงนัก เช่นตกปลาเกล็ด หรือปลาเล็กๆ โดยส่วนตัวถ้าเป็นรอกเบรกท้ายก็จะใช้กับสายไม่เกิน 8 ปอนด์เทส
       ในรูปนี้มีอุปกรณ์ที่พิเศษอยู่สักหน่อย หากสังเกตที่ล้อผ่านสาย จะเห็นแกนหน้าตาแปลกๆยื่นขึ้นมา แกนนี้ จะเป็นที่ที่ไว้เหนี่ยวสายเบ็ดมาสัมผัสกับแกน แล้วเมื่อเหนี่ยวเข้าหาตัว หน้ารอกก็จะเปิดขึ้นให้เกิดความพร้อมที่จะส่งเหยื่อออกไป อุปกรณ์ตัวนี้ไม่ค่อยเห็นในรอกปัจจุบันมากนัก
       เรื่องต่อไปที่นักตกปลาควรรู้ก็คือ คุณสมบัติของรอกที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้รอกแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง

ประเภทของการตกปลา

ประเภทของการตกปลา


  เมื่อกล่าวถึงความหมายและประวัติความเป็นมาของการตกปลาแล้วทีนี้ก็มาถึงเรื่องของประเภทของการตกปลากันบ้าง ที่จริงแล้วการตกปลานั้นมีความหลากหลายมากครับ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลาด้วยเหยื่อหรือประเภทของอุปกรณ์ก็ตามมีความหลากหลายทั้งเทคนิคการตก รวมถึงการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยในที่นี้ขอแบ่งแยกการตกปลาออกเป็น          2 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกันน่ะครับซึ่งได้แก่ การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม และ การตกปลาด้วแหยื่อจริง

การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม

  การตกปลาด้วยเหยื่อปลอม เป็นลักษณะของการหลอกล่อปลาให้เข้ามาชาร์จเหยื่อที่เราทำหลอกขึ้น ด้วยวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ แล้วแต่ลักษณะของปลาแต่ละประเภท การตกปลาปลาเภทนี้จะใช้ได้ผลกับปลาที่เป็นปลาล่าเหยื่อเท่านั้นครับ ซึ่ง ได้แก่ ปลาช่อน ชะโด กระสูบ กระสง เป็นต้น โดยใช้เหยื่อที่ทำขึ้นเลียนแบบเหยื่อของปลาในธรรมชาติ เช่น ลูกปลา กบ เขียด หรอแม้กระทั่ง หนอน งู จิ้งจก ก็มีโดยเหยื่อแต่ละแบบก็จะมีชื่อเรียกและการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปครับ อย่างเช่น เหยื่อผิวน้ำ ก็จะได้แก่ เหยื่อประเภท กบ เขียด และ ป็อบเปอร์ ที่ใช้เทคนิคการลากบนผิวน้ำ แล้วก็ยังมีเหยื่อดำน้ำตื้น ดำลึก ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อต่อไปครับ
การตกปลาประเภทนี้นับเป็นการตกปลาที่มีความใจและตื่นเต้นในการออกไปตกปลาในแต่ละครั้ง ให้ทั้งความสนุกและเพลิดเพลิน ครับ ในบ้านเรานิยมตกปลาด้วยเหยื่อปลอมตามเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ที่มี ปลาช่อน ชะโด ชุกชุม

การตกปลาด้วยเหยื่อจริง

  การตกปลาด้วยเหยื่อจริง เป็นลักษณะของการตกปลาด้วยเหยื่อที่เป็นของจริง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น เหยื่อที่มาจากธรรมชาติโดยตรง เช่น ไส้เดือน หนอน กบ เขียด เป็นต้น และเหยื่อที่เป็นสูตรผสมที่นักตกปลาได้คิดขึ้นโดยสังเกตจากลักษณะนิสัยการกินเหยื่อของปลาในธรรมชาติ การตกปลาด้วยเหยื่อจริงนี้สามารถตกได้ทั้งปลาล่าเหยื่อและปลากินพืช โดยการตกปลาล่าเหยื่อก็จะใช้เหยื่อจากธรรมชาติ เช่นการตกปลาช่อน ด้วยเขียดจริง ๆ ส่วนการตกปลากินพืชก็จะใช้เหยื่อที่เป็นสูตรผสมในการตก ปลาพวกนี้ก็ได้แก่ปลาในวงศ์ปลาเกล็ดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปลายี่สก นวลจันทร์ ปลาจีน ปลาไน ตะเพียน ตะโกก กระโห้ และอื่น ๆ อีกมากมายครับ ทั้งนี้ยังมีปลาอีกประเภทที่นิยมตกกันด้วยเหยื่อจริงนั่นก็คือ ปลาในวงศ์ของปลาหนัง ได้แก่ปลาสวาย บึก เทโพ กด เป็นต้น โดยการตกปลาหนังนิยมใช้เหยื่ออีกประเภท ที่เรียกว่าเหยื่อหมัก เช่น ไส้ไก่หมัก หมูหมัก แต่เหยื่อประเภทนี้จะมีกลิ่นที่รุนแรงมากครับ ติดมือล้างไม่ออกไปหลายวัน ฮ่า ๆๆๆ
  การตกปลาด้วยเหยื่อจริงหรือการตกปลาเกล็ดปลาหนัง จะเป็นการตกปลาที่อาศัยการรอคอยให้ปลาเข้ามากินเหยื่อที่เราตีล่อไว้ โดยใช้ชุดของตะกร้อสายหน้า ปั้นเหยื่อตีลงน้ำแล้วก็นั่งรอ
เมื่อปลากินเหยื่อจะลากเบ็ดและทำการวัดฉุดดึงเย่อต่อสู้กันได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ